ร่วมต้อนรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ

ณ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

   

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 น.

นายสมชาย เชื้อจีน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมคณะทำงานศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมต้อนรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ในการนี้  นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการ กปร. รายงานแนวทางการดำเนินงานสนองพระราชดำริ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่มีลักษณะเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยการรวมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกัน และขยายผลไปสู่ประชาชนให้สามารถพัฒนาอาชีพ และพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสาขาต่าง ๆ แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างแหล่งอาหาร สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร  รวมทั้งสามารถพัฒนาเกษตรกรเป็นต้นแบบขยายเครือข่ายในชุมชน ทำให้ประชาชนหมู่บ้านบริเวณรอบศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ และหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวน 27 หมู่บ้านได้รับโอกาสการพัฒนา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นายสมชาย เชื้อจีน กล่าวบรรยายสรุปผลการดำเนินงานศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในช่วง 29 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาระบบการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากการบูรณาการของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง 14 หน่วยงานจาก 4 กระทรวงหลัก ในการขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยของแต่ละกรม ให้กับการเกษตรกร และนำไปปรับใช้ตามสภาพภูมิสังคม จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทำให้เกษตรกรสามารถปรับใช้ตามสภาพภูมิสังคมดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นับเป็นพระมหากรุณาธิที่คุณที่พระราชทานความสงบร่มเย็นให้แก่ประชาชน ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยบริเวณชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ประชาชนมีความสงบร่มเย็นมาตราบถึงปัจจุบัน

โอกาสนี้องคมนตรี มอบปัจจัยการผลิตแก่ตัวแทนเกษตรกร จำนวน 11 ราย

1.นางสาวปราณี  จันหอม ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ  ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง

2.นายสวิล  พลภักดี ปอเทือง ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ สารเร่ง พด. ต่างๆ มูลไส้เดือน และคู่มือเกษตรกรสำหรับพัฒนาที่ดิน

3.นายทองบาง  สุทธิพรม ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว เชื้อไตรโคเดอร์มา น้ำหมักชีวภาพ

4.นางสำเนียง  โถทอง ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ เมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105

5.นางมาลัย  กุลวงษ์ ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ ไก่พื้นเมือง

6.นายวะสัน  สุวันที ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ ต้นยางนา

7.นายยอย  แก้วสาลี ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ หัวพันธุ์กระเจียวหวาน

8.นางทองไสย์  ตะเคียนราม ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ ต้นพันธุ์หม่อน

9.นางภัทราวดี  ธาตุทอง ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ มอบต้นทุเรียน

10.นายทองศรี  จำปา ปัจจัยการผลิตที่ได้รับ ต้นทุเรียน

11.นางสาวสุพรรณี  ทรงทัน ปัจจัยการผลิตที่ได้รับพันธุ์ปลา

และเยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรมต่าง ๆ ภายในศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานพัฒนาด้ารวิชาการ การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก เกษตรทฤษฏีใหม่ งานพัฒนาด้านทรัพยากรสัตว์ป่าและพันธุ์พืช งานพัฒนาด้านนาข้าว งานพัฒนาด้านส่งเสริมการเกษตร งานพัฒนาด้านประมง งานพัฒนาด้านที่ดิน งานพัฒนาด้านส่งเสริมศิลปาชีพฯ งานพัฒนาด้านป่าไม้ งานพัฒนาด้านปศุสัตว์ ละงานพัฒนาด้านหม่อนไหม ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

???? จากนั้น องคมนตรีและคณะฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตึ๊กชูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยตึ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านต่าง ๆ ณ ที่ทำการกิ่งอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปความว่า "...ควรเร่งเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตึ๊กชู ตำบลห้วยตึ๊กชู และก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตร บ้านตะแบง กิ่งอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งช่วยเหลือราษฎรหมู่บ้านต่าง ๆ ทางด้านท้ายเขื่อนเก็บกักน้ำ และควรพิจารณาให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตึ๊กชูด้วย..." โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตื๊กชูฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2542 สามารถส่งน้ำให้ราษฎรสำหรับอุปโภคบริโภค และพื้นที่การเกษตร ในช่วงฤดูฝน 12,500 ไร่ และช่วงหน้าแล้ง 6,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลห้วยตึ๊กชู ตำบลโคกตาล ตำบลละลม และตำบลตะเคียนราม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่องตลอดปี

 

???? ต่อจากนั้น องคมนตรี เดินทางไปบ้านนางสมุทร มาจาด บ้านโคกสามัคคี หมู่ที่ 14 ตำบลห้วยตึ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบของศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ เดิมประกอบอาชีพที่กรุงเทพฯ และเมื่อปี 2552 มีความคิดจะกลับมาประกอบอาชีพที่บ้านกิด ประกอบกับสุขภาพไม่แข็งแรง ต่อมาได้เข้ารับการอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ และได้นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองเริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฏีใหม่ จากพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ แบ่งทำนาข้าว 10 ไร่ ที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และปลูกยางนาที่ได้รับจากศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ บริเวณริมรั้วของพื้นที่ จำนวน 30 ต้น ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ และพันธุ์น้ำหวานแปดริ้ว จำนวน 100 ต้น ระยะแรกซื้อต้นพันธุ์จาก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ราคาต้นละ 50 บาท และ 100 บาท ปัจจุบันสามารถเพาะและขยายพันธุ์เองได้ นอกจากนี้ยังเลี้ยงโคและกระบือ โดยนำมูลไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงบำรุงดินซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน จากการขายผลผลิต เช่น มะพร้าว กล้วยหอม กล้วยไข่ และขายหน่อพันธุ์กล้วย เป็นต้น

 

@spkphusing